บอกขอบเขตก่อน
บทความนี้ไม่ใช่การรับรองหรือแนะนำ Binance หรือสินทรัพย์คริปโตใด ๆ ผลิตภัณฑ์ ค่าธรรมเนียม กิจกรรม ข้อจำกัดภูมิภาค และกติกาบัญชีทั้งหมด ให้ยึดตามหน้าทางการของ Binance ที่แสดงในขณะนั้น

เมื่อตรวจสอบรายละเอียด ให้เปิดหน้าอย่างเป็นทางการเหล่านี้ประกอบ: Binance Account Functions · Binance Security · Binance Official Verification · Binance Support · Binance Terms · Binance Privacy.

สารบัญ

ทำไมการตรวจโดเมนต้องมาก่อน

หน้าที่เกี่ยวกับตลาดแลกเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับบัญชี การยืนยันตัวตน และการเคลื่อนเงิน ถ้าทางเข้าผิดตั้งแต่แรก ความแข็งแรงของรหัสผ่าน 2FA และการตั้งค่าความปลอดภัยที่ตามมาก็ไม่มีความหมาย ลำดับที่ถูกต้องคือตรวจที่มาก่อน แล้วค่อยกรอกข้อมูลใด ๆ

รูปแบบที่พบบ่อยของโดเมนเลียนแบบ

บทความนี้ตั้งใจไม่ระบุ URL ปลอมเจาะจงรายใดรายหนึ่ง เพราะโดเมนเลียนแบบเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จำ URL ไม่มีประโยชน์เท่าจำ "รูปแบบ" ต่อไปนี้คือลักษณะที่พบบ่อยของเว็บปลอม เจอข้อไหนให้ระวังไว้ก่อน:

  • เข้าจากทางเข้าทางการเท่านั้น: ใช้บุ๊กมาร์กของคุณเองหรือแอปทางการเปิดหน้าตลาดแลกเปลี่ยน อย่าเข้าจากกลุ่มแชต ข้อความส่วนตัว ลิงก์ย่อ หรือแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • ระวังโดเมนที่มีขีดหรือซับโดเมนแปลกเพิ่มมา: วิธีที่โดเมนเลียนแบบชอบใช้คือแทรกขีด ตัวเลข หรือตัวอักษรเพิ่มเข้าไปในโดเมนปกติ หรือทำให้ดูเหมือนซับโดเมนทางการ ดูผ่าน ๆ มักมองข้าม
  • ระวังนามสกุลโดเมนที่เปลี่ยนไป: ระวังโดเมนที่เปลี่ยน .com เป็นนามสกุลที่คล้ายกัน ซึ่งเป็นมุกที่เว็บปลอมใช้บ่อย แต่บางภูมิภาคมีบริษัทท้องถิ่นให้บริการและใช้โดเมนต่างออกไปจริง ๆ (เช่น Binance TH ในไทย) จึงไม่ควรตัดสินจากนามสกุลอย่างเดียว ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตรวจที่อยู่เต็มใน Binance Verify หรือรายชื่อของหน่วยงานกำกับในประเทศ
  • อย่ากดตำแหน่งโฆษณาในผลค้นหา: เว็บปลอมสามารถซื้อพื้นที่โฆษณาในเครื่องมือค้นหาได้ การขึ้นอันดับต้น ๆ ไม่ได้แปลว่าเป็นทางการ ต้องดูโดเมนเต็มเท่านั้นถึงจะเชื่อได้
  • ตรวจ SSL certificate และตัวสะกด: กดไอคอนแม่กุญแจที่แถบที่อยู่เพื่อดูใบรับรอง พร้อมตรวจตัวสะกดโดเมนเต็มทีละตัวอักษร ไม่ใช่แค่ดูว่าตัวอักษรแรก ๆ คุ้นตาหรือไม่

วิธีตรวจ 5 ขั้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  1. พิมพ์เอง: พิมพ์ binance.com ที่แถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ อย่าเข้าจากลิงก์ย่อแปลกหน้า
  2. ดูโดเมนเต็ม: เน้นดูว่าโดเมนหลักเป็น binance.com จริงไหม อย่าให้คำนำหน้าหรือชื่อหน้าเว็บหลอกตา
  3. ใช้เครื่องมือตรวจสอบทางการ: ใช้ Binance Verify ตรวจว่า URL อีเมล เบอร์โทร Telegram หรือบัญชีโซเชียล ได้รับการยืนยันจากทางการหรือไม่
  4. ปฏิเสธซัพพอร์ตในแชทส่วนตัว: ใครก็ตามที่ขอให้คุณส่งรหัสยืนยัน ภาพแคป การควบคุมระยะไกล หรือโอนเงินเพื่อยืนยัน ไม่ควรคุยต่อ
  5. บันทึกทางเข้าที่ปลอดภัย: เมื่อยืนยันแล้วค่อยบุ๊กมาร์กหน้านั้น เพื่อเลี่ยงการเข้าจากโฆษณาในผลค้นหาหรือประวัติแชตในภายหลัง

มุกที่ซัพพอร์ตปลอมชอบใช้

คำพูดทำไมอันตรายคุณควรทำอย่างไร
เดี๋ยวพาเข้าช่องทางสมัครภายในให้สื่อว่าจะข้ามขั้นตอนทางการ มักพาไปหน้าปลอมปฏิเสธ แล้วเปิดโดเมนทางการเอง
ส่งรหัสยืนยันมา เดี๋ยวช่วยยืนยันให้รหัสยืนยันคือสิทธิ์เข้าบัญชีหยุดคุยทันที
โอนเงินมัดจำมาก่อนเพื่อยืนยันบัญชีการสมัครทางการไม่ต้องโอนเงินส่วนตัวให้ใครอย่าโอน เก็บหลักฐานไว้
โหลดโปรแกรมช่วยควบคุมระยะไกลนี้อาจถูกขโมยสิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์ปฏิเสธการควบคุมระยะไกล

ใช้หน้าตรวจสอบทางการอย่างไร

Binance Verify ใช้ตรวจได้ว่า URL อีเมล เบอร์โทร Telegram หรือบัญชีโซเชียล ได้รับการยืนยันจากทางการหรือไม่ มันช่วยได้แค่การยืนยันตัวตนของที่มา ไม่ได้แปลว่าโปรเจกต์ กิจกรรม หรือบัญชีบุคคลที่สามได้รับอนุญาต และไม่ได้แปลว่าคุณวางใจได้เต็มที่

เปิดหน้าตรวจสอบช่องทางทางการของ Binance

เผลอกรอกรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันในหน้าที่น่าสงสัยไปแล้ว: จัดการตามลำดับนี้

ยิ่งรู้ตัวเร็ว ยิ่งรักษาไว้ได้มาก เส้นทางเมนูด้านล่างมาจากบล็อกความปลอดภัยของ Binance เรื่อง “What to Do if Your Account Gets Compromised” (อ่านเมื่อ 2026-09-26 ชื่อเมนูตามหน้าจอภาษาอังกฤษ)

  1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที: เปิดแอปจากอุปกรณ์ของคุณเอง ไปที่ Security > Login Password แล้วเปลี่ยน อย่าใช้รหัสผ่านที่ใช้กับเว็บอื่น ถึงจะกรอกแค่ชื่อบัญชีโดยยังไม่ได้กรอกรหัสผ่าน ก็ควรเปลี่ยนไว้ก่อน
  2. ตรวจ 2FA และอุปกรณ์: ที่ Security > Devices and Activities > Device Management ลบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ถ้าเคยกรอกรหัสยืนยันไป ให้ตรวจว่าการตั้งค่า 2FA ไม่ถูกเปลี่ยน
  3. ดูกิจกรรมของบัญชี: ที่ Account Activity ในเมนู Security ตรวจเวลา สถานที่ และการทำรายการล่าสุด แล้วแคปหน้าจอเก็บไว้
  4. ตรวจการตั้งค่าที่อาจถูกใช้ย้ายเงิน: ในสมุดที่อยู่ถอนมีที่อยู่แปลกไหม มี API Key ที่คุณไม่ได้สร้างไหม อีเมลหรือเบอร์โทรถูกเปลี่ยนไหม ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้ลบแล้วทำขั้นต่อไป
  5. ติดต่อฝ่ายบริการทันที: ใช้แชตฝ่ายบริการในแอปอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แจ้งเวลาที่เห็นความผิดปกติครั้งแรก อีเมลหรือ SMS ที่น่าสงสัย และการล็อกอินหรือรายการที่ผิดปกติ ถ้าล็อกอินไม่ได้ก็ใช้ช่องทางนี้เช่นกัน และขอให้ล็อกบัญชีไว้ก่อน
  6. จัดการบัญชีอื่นที่ใช้รหัสผ่านเดียวกัน: ถ้ารหัสผ่านนี้ใช้กับอีเมลหรือเว็บอื่นด้วย ให้เปลี่ยนด้วย และเริ่มจากอีเมลก่อน เพราะการรีเซ็ตรหัสผ่านของแพลตฟอร์มต้องผ่านอีเมล

บล็อกยังระบุว่าในกรณีร้ายแรง คุณอาจพิจารณาปิดการใช้งานบัญชีไว้ก่อนเพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สิน ถ้าเงินถูกโอนออกไปแล้ว สิ่งที่ฝ่ายบริการทำได้คือสอบสวนและอายัดส่วนที่ยังอายัดได้ ไม่มีการรับประกันว่าจะได้คืน ใครก็ตามที่ทักมาบอกว่า “ช่วยตามเงินคืนได้” แล้วขอค่าธรรมเนียมก่อน คือการหลอกรอบที่สอง

ตรวจผ่านแล้วทำอะไรต่อ

หลังตรวจทางเข้าแล้ว อย่าเพิ่งรีบฝากเงิน ให้ทำเช็กลิสต์ก่อนสมัครให้เสร็จ แล้วค่อยสมัคร ตั้ง 2FA รหัสกันฟิชชิง และไวต์ลิสต์ถอน ขั้นตอนอยู่ในหน้าคำอธิบายการสมัครและการตั้งค่าความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

ผลค้นหาอันดับแรกเป็นเว็บทางการแน่ไหม

ไม่แน่ โฆษณาในผลค้นหา เว็บปลอม และโดเมนที่คล้ายกัน ก็โผล่ในตำแหน่งเด่นได้ จึงยังต้องดูโดเมนเต็มเสมอ

ตรวจผ่านทางการแล้วปลอดภัยแน่นอนไหม

บอกได้แค่ว่าที่มาน่าเชื่อถือขึ้น ไม่ได้แปลว่าการลงทุน กิจกรรม หรือสินทรัพย์ใดไม่มีความเสี่ยง

ลิงก์สมัครที่คนอื่นส่งมาใช้ได้ไหม

ไม่แนะนำให้กดลิงก์สมัครหรือล็อกอินที่คนแปลกหน้าส่งมาทันที เพราะอาจพาไปหน้าปลอม ให้นำลิงก์ไปตรวจใน Binance Verify ก่อน ถ้าตรวจไม่ผ่านก็อย่าใช้

กรณีเหล่านี้อย่าเพิ่งไปต่อ

  • โดเมนสะกดคล้าย แต่ไม่ใช่โดเมนหลักทางการ
  • หน้าเว็บขอให้โหลดโปรแกรมควบคุมระยะไกล ส่งรหัสยืนยัน หรือโอนเงินมัดจำ
  • อีกฝ่ายบอกว่า "เปิดใช้งานได้ผ่านลิงก์ของฉันเท่านั้น"

ตรวจข้อมูลทางการอย่างไร

ใช้ หน้าตรวจสอบทางการของ Binance เป็นหลัก การตรวจผ่านบอกได้แค่ว่าที่มาน่าเชื่อถือขึ้น ไม่ได้แปลว่าโปรเจกต์ กิจกรรม หรือการลงทุนใดไม่มีความเสี่ยง

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-26 บทความนี้เป็นบทความเสริมจากบุคคลที่สามที่เป็นอิสระ ไม่ใช่หน้าทางการของ Binance